PK* Database

November 6, 2009

Art and Thai Creative Economy

Filed under: Art & Design, Business & Economics, Thailand — pkdatabase @ 10:16 pm
Tags: ,

 

In the interview, Dr. Apinun Posayanon talked about art and Thai creative economy. Here are some interesting points…

…..

“…ผมมองว่าในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมามันเริ่มมีการทำงานแบบไขว้ประสาน เช่นแฟชั่นกับภาพยนตร์หรือสถาปัตยกรรมกับศิลปะจัดวาง มิวสิควีดีโอกับงานมัณฑศิลป์ ผมคิดว่าเหล่านี้คงเป็นกระแสโลกด้วย เราอาจจะมองว่าการสื่อสาร มีไอพอต เอ็มพีสาม เอ็มพีสี่ มีอินเตอร์เน็ตเหล่านี้ทำให้ทุกอย่างเกิดการทำงานไขว้กัน…”

[PK*NOTE: Cross-functional work]

 

“…Creative Economy ซึ่งเหล่านี้หากเราใช้ให้ถูกทางจะเกิดประโยชน์มหาศาล แม้แต่ ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง สิงคโปร์เขาก็เริ่มจับทางนี้ได้แล้ว… กรณีของเรนก็คือผลผลิตของทางภาครัฐที่มีเอกชนหนุน รัฐช่วยส่งเสริมเป็น Brand หรือ Icon ออกไป ตรงนี้ผมคิดว่าศักยภาพของเรามี ทางภาคเอกชนก็มี แต่การกรุยทางตอนนี้เพิ่งเริ่มต้น ผมคิดว่าอีก ๕ ปีนี้น่าจะมีการพัฒนาร่วมกัน…”

[PK*NOTE: Public and private sectors should work together in order to promote the brand icon in the creative economy.]

 

“…ผมมองว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งความเชยก็เป็นแฟชั่น ในความฉาบฉวยตรงนั้นก็จะมีการไหลเทและการหมุนเวียน เราต้องดึงความเชยความเฉิ่มขึ้นมาเป็นพระเอกเมื่อเวลามาถึง การที่เขาไปสนใจศิลปะพื้นบ้านหรือท้องถิ่นไม่ได้เชยเลย ในทางตรงกันข้ามมันเป็นเสน่ห์ที่ต่างประเทศไม่มีและเขาไขว่คว้าหาความเป็น Exotic เพราะเขาไม่มี เราต้องเก็บอันนี้ให้ได้แล้วคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป…”

[PK*NOTE: Local art can be very attractive, especially for the foreigners, in spite of the fact that it’s imperfect.]

 

“…ผมมองว่ามันต้องไปขนานกันทั้งมี Local Link และต้องมี Global Link…”

[PK*NOTE: Think local, think global. We need both.]

 

“…ตอนนี้เราก็มีเครือข่ายที่ใหม่และมหาศาล และจะนำไปสู่ Creative economy ด้วย แต่ในเวลาเดียวกันองค์ความรู้มันก็ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ มีมากมาย เราก็ต้องมีความสามารถที่จะเลือกองค์ความรู้นั้นมาบริหารได้ คือมันไม่ใช่แค่ Learn แล้วก็ไปท่องจำ ในขณะเดียวกันมันก็ต้องมีการ unlearn ด้วย unlearn ในสิ่งที่มันไม่ Work แล้ว ถ้าเผื่อว่ามัวไปย่ำอยู่กับสิ่งที่ไม่ Work แล้ว มันก็เป็นการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา”

[PK*NOTE: Talking about knowledge management. We should learn to unlearn something that doesn’t work too.]

 

“…องค์ความรู้นั้นต้องลงสู่พื้นที่มากขึ้น ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่ในเมืองหลวงเสมอไป ตอนนี้เราก็เริ่มทำแล้ว ศูนย์ออกแบบ TCDC ตอนนี้กำลังขยายกิจกรรมที่ลำพูน ลำปาง มหาสารคาม ขอนแก่น…”

[PK*NOTE: Shared knowledge and distribution network]

 

“…เราต้องทำให้มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการสร้างคนจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ตอนนี้เราก็กำลังทำ เช่นมีการจัดอบรมนักการบริหารจัดการศิลปะ ซึ่งมันจะต้องมีการทำอย่างต่อเนื่อง…”

[PK*NOTE: We have to keep moving by focusing on people (e.g., training, and so on).]

 

“ต้องมีการผสมสานในความเป็นศิลปิน นักวิชาการ และผู้บริหารด้วย เขาก็ต้องพยายาม ผมคิดว่ามีคนอยู่กลุ่มหนึ่งที่สามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ หมายถึงศักยภาพและความสามารถของแต่ละคนมาหลอมรวมเป็นทีมในการทำงานได้ แต่เขาต้องมีเป้าหมาย ต้องมีพื้นที่ในการสร้างสรรค์ด้วย ไม่ใช่ว่ามา Job หนึ่งแล้วก็จบ แต่เขาต้องมีอนาคตของเขาด้วย”

[PK*NOTE: Working as a team (Artist + Academic + Executive).]

 

“…ให้ผมไปตรงไหนก็ได้ ทำอะไรก็ได้ (หัวเราะ) เพราะว่ามันขึ้นอยู่กับคนที่จะใช้เรามากกว่าว่าเขามีกึ๋นแค่ไหน (หัวเราะ) ผมมองในมุมกลับกัน ไม่ใช่ว่าเราเก่งกาจมาจากไหนนะ แต่คิดว่าคนที่จะใช้เราเขามีกึ๋นในการใช้มากน้อยแค่ไหนต่างหาก”

[PK*NOTE: Working with a smart boss, not a dumb.]

 

 

Dr. Apinun Posayanon

(Ministry of Culture, Thailand: Nov.05, 2009)

*Source: http://www.m-culture.go.th/demo/detail_page.php?sub_id=617

 

PS. You must know the direction of the wind if you want to be a great captain.

No Comments Yet »

No comments yet.

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

Leave a comment

Blog at WordPress.com.